ความรู้เกี่ยวกับกีฬาเทนนิส

            หากพูดถึงกีฬาที่เล่นโดยใช้ไม้ที่ขึงด้วยเส้นเอ็นตีลูกสีเขียวอมเหลิงผิวหยาบๆ ไปมาข้ามแดน เชื่อว่าหลายๆ คนจะต้องนึกถึงกีฬาเทนนิสแน่นอน เพราะกีฬาเทนนิสเป็นกีฬาที่ต้องใช้ไม้เทนนิสตีลูกเทนนิสให้ตกอยู่ในขอบเขตและดินแดนของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ เพื่อที่จะได้คะแนนให้ตัวเอง วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับกีฬาเทนนิส มาฝากผู้ที่สนใจกีฬาชนิดนี้ไปดูกันได้เลยว่าเป็นอย่างไร

  1. เทนนิสถือเป็นกีฬาที่มีวิธีการเล่นคล้ายกับการเล่นเทเบิลเทนนิสหรือปิงปอง เพียงแต่อุปกรณ์ของเทนนิสนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่ากีฬาปิงปองทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสนามที่ใช้แข่งขัน ลูกบอลที่ใช้ตี ไม้ที่ใช้ตีนั่นเอง
  2. การนับคะแนนของกีฬาเทนนิสจะเริ่มจากการนับ 15 คะแนน ต่อมาเป็น 30 และ40 คะแนน ตามลำดับถ้าเก็บได้อีก 1 แต้มก็จะถือว่าได้อีก 1 เกม ใครเก็บได้ 6 เกมก่อนจะเป็นผู้ที่ชนะในเชตนั้นทันที
  3. ลูกเทนนิสจะทำด้วยหนังที่มีเส้นใยสังเคราะห์หุ้มอยู่ภายนอกช่วยทำให้ลูกเทนนิสมีความเด้งได้ดี
  4. ต่อมาคือท่าเทนนิสที่ทุกคนรู้หลักๆ ก็จะมีท่าฟอร์แฮนด์ ท่าแบ็กแฮนด์และท่าวอลเลย์ เริ่มจากท่าฟอร์แฮนด์เป็นการตีหรือรับลูกด้วยหน้ามือหรือหน้าไม้ นักกีฬาที่จับไม้มือขาจะชอบจับไม้ในท่านี้ ส่วนท่าแบล็กแฮนด์ถือว่าเป็นการตีลูกด้วยหลังมือหรือการตีลูกด้วยหลังไม้นักกีฬาที่จับไม้มือซ้ายจะนอยมจับในท่านี้กันมาก และสุดท้ายคือท่าวอลเลย์เป็นการตีลูกก่อนที่ลูกจะตกพื้น
  5. หลายๆ คนคงได้ยินคำว่าลูกเสิร์ฟเอซ เป็นลูกเสิร์ฟที่แรงและเร็ว จนคู่ต่อสู้เรารับลูกไม่ได้
  6. รู้หรือไม่ว่ากีฬาเทนนิสนั้นเป็นกีฬาที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศสก่อนที่กีฬาชนิดนี้จะเผยแพร่เข้ามาในประเทศอังกฤษจากนั้นจึงได้รับความนิยมไปทั่วโลก และได้มีการสันนิษฐานว่าได้มีชาวต่างชาติได้นำกีฬาเทนนิสเข้ามาเล่นที่ประเทศไทยในสมัย รัชกาลที่ 5 และชนชั้นสูงของไทยได้คิดริเริ่มเล่นและจัดตั้งสโมสรเทนนิสขึ้นมา หลังจากนั้นเทนนิสก็ได้รับความนิยมในประเทศไทยและได้รับความนิยมจากสามัญชนทั่วไปอีกด้วย
  7. การขานคะแนนหากนักกีฬาได้ศูนย์ของกรรมการจะแตกต่างกันออกไป บางที่คานว่า ศูนย์คะแนน ขานแบบตรงตัวไปเลย บางที่ขานว่า เลิฟ บางที่ขานว่า กินไข่ และบางที่ก็ขานว่า ไม่มีคะแนน

รู้หรือไม่ว่าแต่เดิมนั้นชาวฝั่งเศสขานคะแนนใช้คำว่า ไข่ไก่ แทนความหมายว่าไม่ได้คะแนน แต่คำว่าไข่ไก่ของฝรั่งเศสใกล้เคียงกับคำว่าเลิฟในภาษาอังกฤษ ชาวอังกฤษจึงออกเสียงเพี้ยนมาเป็นคำว่า เลิฟฟ และใช้ในกีฬาเทนนิสเรื่อยมา